สำหรับคนทำงาน ลองมาทำงานที่ภูเก็ตดีไหม ?

ในการทำงานของเราบ่อยครั้งที่เราอาจจะต้องนอกสถานที่ หรือบ่อยครั้งเรื่องไม่เป้นดังหวังเราก็ต้องออกจากงานและหางานใหม่  วันนี้เรามีสถานที่แนะนำดี ๆ ไว้อีกสถานที่ใช้สำหำรับทำงาก็ได้ พักผ่อนก็ดีกับ การ หางานภูเก็ต หนึ่งในจังหวัดท่องเที่ยวสุดดังของเมืองไทย ลองไปกันดีกว่าครับว่าการทำงงานที่ถูเก็จตะมีข้อดีอะไรบ้าง ?

อาหารอร่อย

            คงจะไม่พูดเรื่องนี้ไม่ได้กับความพิเศษของเมืองภูเก็ต ที่ถูองกรณ์ UNESCO เป็นที่ยอมรับและ ยกให้เป็นเมืองด้านการสร้างสร้างสรรค์ด้านอาหาร ! (Creative City of Gastronomy) ซึ่งมีแค่ 18 เมืองทั่วโลกที่ได้รับการยกย่องนี้ โดดยอาหารของภูเก็ตนั้นจะมีเอกลักษณ์มากมาย ทั้งรสที่จัด การผสมอาหารพื้นเมืองเข้ากับราชาติออาหาร และไหนจะ อาหารที่มากมายหลายรูปแบบทั้ง ไทย จีน มลายู ยุโรป อินเดีย จนกลายเป็นอาหารของจังหวัดภูเก็ตที่คนมาเที่ยวต้องลองสักที

ที่เที่ยวเยอะ

            ภูเก็ตเป็นอีกหนึ่งจังหวัดีที่มีดีด้านเรื่องที่ท่องเที่ยวอย่างมาก มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายหลากหลายเหลือเกิน ไม่ว่าจะเป็นแหลมพรมเทพ หาดกะตะน้อย หาดกะตะ และหาดกะรน และยังมีแลนด์มาร์คของเมืองภูเก็ต ‘หอนาฬิกาภูเก็ต’ นอกจากสถานที่ท่องเที่ยวแล้ว ในเรื่องของอาหารการกิน ร้านอาหารเองก็มีมากมายซะเหลือเกินให้เราท่านไม่หวาดไหวทั้งรรานข้าวต้ม ร้านเครื่องดื่ม  เรียกว่ามีทุกอย่างให้เราหมดเลยในจังหวัดเดียว

เป็นเมืองที่ทรงเสน่ห์

            ภูเก็ตนั้นได้รับการยกย่องจาก CNN ว่าเป็นหนึ่งในเมืองเกาะเขตร้อนที่มีวัฒนธรรมที่หลากหลาย มีความเป็นตัวของตัว เอกลักษณ์เด่นที่งดงาม จนได้รับการยกย่องว่าเป็นเมืองที่ทรงเสน่ห์อีกเมืองที่มีทั้งคุณค่าด้านงานศีลปะ ความหลากหลายของธรรมชชาติ ความหลากหลายของผู้คนเรียกว่าเป็นศูนย์รวมความแตกต่างได้อย่างลงตัว

เหมือนอยู่ต่างประเทศ

            หากใครอยากมีรูปสวย ๆ ไว้อัพ Social  ละก็การหางานภูเก็ต เองอาจจะเป้นทางเลือกที่ดีก็ได้นะครับเพราะที่นั้นมี การอนุรักษ์ตึกเก่าสไตล์ชิโน-โปรตุกีส  ความเป็นอยู่แบบดั้งเดิม การทั้งร้านอาหารแนวอังกฤษเองก็มีไว้ในจังหวัดด้วยเรียกว่ามาครั้งเดียวคุ้มเกินพอแน่นอน

                ดังนั้นหากใคราที่กำลังมองหางาน หรือกลังมีแผนจะย้ายงาน ลองมาหางานภูเก็ต ดูก็ได้นะครับจะได้เจออะไรมากกว่างานถือว่าได้เปลี่ยนบรรยากาศอีกด้วยนะครับ

ของขลัง มหาเสน่ห์ แรง ๆ ได้ผลจริงมีอะไรบ้าง ?

สำหรับบทความนี้จะเป็นการพูดถึงของคลัง มหาเสน่ห์  ที่เขาว่ากันแรง ๆ ไว้แต่เราจะไม่เจาะลึกกันนะครับว่า ของขังวัดไหน ที่ไหนเด็ด แต่เราจะมาพูดถึง ของขลัง มหาเสน่ห์ ที่เราคนไทยย่อมรู้จักกันดี และรู้ว่าของขลังชนิดนี้มีฤทธิ์เดชเป็นอย่างไร (คำเตือน สิ่งที่ท่านกำลังจะอ่านต่อไปที่นี่เป็นความ้ชื่อส่วนบุคล การอ่านบทความนี้ควรใช้วิจารณญาณในการอ่าน)

น้ำมันพราย

            มีหลายสูตร หลายน้ำมันพรายที่เราได้รู้จักกัน แต่ทุกสูตร ทุกสพรรคุณนั้นล้วนแต่ไปในทิศทางเดียวกันนั้นคือ นำไปป้ายไว้ให้คนที่เราหมายปองนั้นหลงรักเรา โดยส่วนผสมนั้นก็มีที่แตกต่างกันไปตามสูตรแต่ละคัมภีร์ แต่สูตรที่เราเห็นบ่อย ๆ นั้นคือ “การทำน้ำมันพรายจากการลนไฟที่คางของศพในป่าช้า”

การสักยันต์

            “การสักยันต์” เรียกว่าเป็นทั้ง ของขลัง มหาเสน่ห์ และยังมีสรรพคุณหลาย ๆ อย่าง  ตายรอยสักแต่ละแบบซึ่งการสักยันต์นั้นเป้นความเชื่อที่มีมาตั้งแต่อดีตนับตั้งแต่ยุคอาณาจักรสุโขทัย ที่ได้ต้นแบบมาจากขอมที่ใช้ภาษาบาลีในการสัก โดยการสักยันต์ ยันต์แต่ละแบบก็มีสรรพคุณที่แตกต่างกัน

ตะกรุด

            ของขลัง มหาเสน่ห์ อีกอย่างนั้นคือตะกรุด ที่มีการสร้างขึ้นจากพุทธคุณ และทำมาจากวัสดุต่าง ๆ ตามตำราของครูบาอาจารย์แต่ละท่าน โดยลักษณะของตะกรุด นั้นจะเป็นการนำแผ่นเงิน แผ่นทอง หรือ แล้วแต่ตำรา หลังจากนั้นมาม้วนให้เป็นท่อกลม และร้อยเชือกผ่านได้สำหรับมัดติดตัว ซึ่งที่เห็นตัวอย่างได้ชัด ของบุคลที่มีการพกตะกรุดติดตัวก็อย่างเช่น ขุนพันธรักษ์ราชเดช (บุตร พันธรักษ์) อดีตนายตำรวจชื่อดัง หรือที่เรารู้จักขุนพันเองก็พก ตะกรุดของพระคูกาชาด ย่อง วัดวังตะวันตกติดตัวไว้ด้วย

ผ้ายันต์

            เป็นอีกวิชาของขลังที่ เราเห็นได้ในปัจจุบัน ซึ่งจะมีลักษณะเป็นผ้าสีแดง และมีการลงอัขระวิชาไว้ตามเกจิอาจารย์ต่าง ๆ ซึ่งในอดีตนักรบบางระจันเองก็จะพกผ้ายันต์ติดตัวไว้ในขณะออกรบด้วย ซึ่งผัยันต์นั้นยังมีสรรพคุณที่สามารถช่วยกันผีร้ายได้อีกด้วย

                และนี้เป็นของขลัง มหาเสน่ห์ ที่เราพบเห็นได้ในยุคปัจจุบัน ซึ่งแต่ละอย่างนั้นก็มีวิธีการทำ และ สรรพคุณต่างกัน แต่อย่างที่กล่าวไปข้างตนว่าเรื่องพวกนี้เป็นเรื่องงความเชื่อส่วนตัวนะครับ ใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยนะครับ

หนังซอมบี้ที่โครตโหดและตราตรีงใจผู้คน

หนังแนวซอมบี้ โดยส่วนใหญ่มักเป็นหนังแนวสยองขวัญ เอาชีวิตรอด และส่วนใหญ่ก็มักจะมีฉากเรียกน้ำตาเข้ามาปะปนอยู่บ้างให้เรารู้สึกเศร้าขึ้นมาระหว่างที่ลึกๆ แล้วในใจก็ยังกลัวอยู่ นอกจากนี้หนังซอมบี้บางเรื่องยังมีการแอบแทรกมุกตลกออกมาทำให้คนดูได้เห็นถึงความแปลกใหม่ในแวดวงการของหนังแนวซอมบี้อีกด้วย วันนี้เราก็จะมาแนะนำหนังซอมบี้ที่โครตโหดและตราตรีงใจผู้คนให้ผู้อ่านทางบ้านได้รับชมกัน จะมีอะไรบ้างก็ลองไปดูกันเลย

  1. Resident evil

เป็นหนังและภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ที่ใครหลายๆ คนน่าจะรู้จักกันเป็นอย่างดี กับหนังซอมบี้แนวสยองขวัญ แอคชั่น ไซไฟ เรื่องนี้ โดยเจ้าหนังเรื่องนี้ปัจจุบันก็อวสานไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีทั้งหมด 6 ภาคด้วยกัน เนื้อหาเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเมืองแร็คคูนซิตี้ เมืองที่มีบริษัทอัมเบรลลา คอร์ปประจำการอยู่ แล้วเจ้าบริษัทที่ว่านี่ดันแอบทดสอบเชื้อไวรัสซอมบี้แต่ดันโดนมือดีฉกเอาเชื้อไปแต่พลาดทำให้ทั้งโลกต้องกลายเป็นโลกที่มีแต่เหล่าซอมบี้นั่นเอง

  • Zombieland

หนังซอมบี้แนวตลกเฮฮาที่หากว่าใครเบื่อกับหนังซอมบี้แนวเครียดๆ ก็ลองเปลี่ยนมาดูเรื่องนี้กันได้ เนื้อหาของเรื่องไม่มีอะไรมากเป็นเรื่องราวหลังจากที่ซอมบี้เริ่มแพร่กระจายผู้คนมากมายต่างก็พากกันหนีตายทำให้คนนกลุ่มหนึ่งดันต้องร่วมมือกันเพื่อความอยู่รวดแล้วยังได้พบเจอกับเรื่องราวต่างๆ มากมาย โดยเจ้าหนังเรื่องนี้เองก็ค่อนข้างโด่งดังอยู่พอตัวเนื่องจากมีภาคต่อเป็นเรื่อง Zombieland : doubletap

  • TraintoBusan

หนังสัญชาติเกาหลีใต้แท้แน่นอนที่ใครๆ ที่ได้ดูก็ต้องชมหนังเรื่องนี้กับอย่างไม่ขาดปากเพราะมันมันส์มากจริงๆ เนื้อเรื่องเป็นเรื่องเกี่ยวกับพ่อลูกคู่หนึ่งที่กำลังจะนั่งรถไฟไปปูซานเพื่อจะเยี่ยมคนเป็นแม่เนื่องจากไม่ได้เจอกันมานานมากแล้วแต่ดันกลายเป็นว่าพอขึ้นรถไฟ คนขับกับผู้โดยสารบางส่วนก็ดันโดนซอมบี้กิน แถมยังมีซอมบี้ตามมาเป็นฝูงอีกต่างหาก แล้วแบบนี้ทั้งพ่อทั้งลูกและได้เจอกับคนเป็นแม่ไหม? ว่าแล้วก็คงต้องให้ไปดูกันเอาเองดีกว่า

  • WorldWarZ

หนังที่ถูกดัดแปลงมาจากนิยาย เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับพนักงานจากองค์กรสหประชาชาติที่ดันต้องทำงานเพื่อหยุดยั้งโรคระบาดอย่างซอมบี้โดยที่ตัวเขาเองก็ดันมีลูกเมียที่ต้องคอยเป็นห่วงอยู่แล้ว เรื่องนี้จุดเด่นอยู่ตรงที่ตัวซอมบี้วิ่งเร็วมาก แรงเยอะ แล้วก็โหด แถมฉลาดมากอีกต่างหาก ฉากต่อตัวปีนกำแพงนี่ถือว่าเป็นฉากที่สุดจริงสำหรับหนังซอมบี้เรื่องนี้เลย

อนิเมะในอดีตที่คนรุ่นพ่อแม่ยังอยู่จัก

อนิเมชั่นหรืออนิเมะ ในภาษาญี่ปุ่น จริงๆ แล้วเป็นสิ่งที่อยู่คู่คนไทยมานานอยู่พอดู เพราะขนาดผู้หลักผู้ใหญ่ รุ่นพ่อรุ่นแม่ของเรายังรู้จักการ์ตูนเหล่านี้หลายๆ เรื่องเลย และที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้เป็นอนิเมะในอดีตที่คนรุ่นพ่อแม่ของเรายังรู้จัก จะมีอะไรบ้างไปลองดูกันเลย

  • โดราเอม่อน (Doraemon)

คงจะไม่มีใครไม่รู้จักกับเจ้าหุ่นยนต์ตัวสีฟ้าอ้วนกลมนามว่า โดราเอม่อน ตัวนี้อย่างแน่นอน เพราะโดราเอม่อนถือว่าเป็นหนึ่งในการ์ตูนที่เป็นตำนาน คนรุ่นพ่อรุ่นแม่ของเราเองยังได้ดูโดราเอม่อนเวอร์ชั่นสีขาวดำเลยก็ยังมี เนื้อเรื่องคร่าวๆ ของโดราเอม่อนเป็นเนื้อเรื่องเกี่ยวกับเจ้าหุ่นยนต์แมวอ้วนสีฟ้าที่มีของวิเศษต่างๆ มากมาย เจ้าโดราเอม่อนตัวนี้เป็นแมวที่มาจากโลกในอนาคตศตวรรษที่ 22 เพื่อที่จะมาช่วยเหลือโนบิตะคุณปู่ทวดของโนบิสุเกะที่ทั้งหัวไม่ดี ขี้เกียจ แล้วก็ดื้อนั่นเอง ส่วนอนิเมะโดราเอม่อนนั้นก็มีทั้งแบบเดอะ มูฟวี่ ไปจนถึงการ์ตูนรายตอนที่รีเมคมาหลายครั้ง เรียกว่าส่งต่อกันไปรุ่นต่อรุ่นเลยก็ว่าได้

  • อิคคิวซัง

อิคคิวซัง เณรน้อยเจ้าปัญญาเรื่องนี้ เป็นหนึ่งในเรื่องที่ได้ออกฉายในช่องการ์ตูนสมัยต่างๆ มาตั้งแต่จอภาพเป็นสีขาวดำเลยก็ว่า เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับสามเณรน้อยอิคคิวที่ฉลาดและมีไหวพริบมากและต้องมาคอยแก้ปัญหาให้กับคนในเมืองนั่นเอง โดยเรื่องอิคคิวซังเป็นอนิเมะที่มีเรื่องราวเป็นสไตล์ซีรี่ย์เป็นตอนๆ แล้วแถมจบในตอนอีกต่างหาก อีกสิ่งหนึ่งที่คนรุ่นพ่อรุ่นแม่จำได้ขึ้นใจกับอนิเมะเรื่องนี้ก็คือภาพตุ๊กตาไล่ฝนในเพลงจบของอนิเมะนั่นเอง

  • ดาร์ก้อนบอล

เป็นอนิเมะแนวบู๊ตึ้งที่ไม่ว่าใครๆ ก็ต้องรู้จัก ด้วยความทะเล้นของตัวเอกอย่างซุนโกคู คนรุ่นพ่อรุ่นแม่ก็จำได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะคนรุ่นพ่อล่ะนะ เนื้อเรื่องก็มีเนื้อหาเกี่ยวกับการตามหาลูกแก้วมังกรทั้ง 7 ลูกเพื่อที่จะได้ขอพรอะไรก็ได้  1 ข้อ กับเทพเจ้ามังกร เป็นเรื่องที่มีตอนที่ค่อนข้างเยอะมากและยังคงมีคนตามดูอยู่เรื่อยๆ อย่างไม่เสื่อมคลาย เรียกได้ว่ารุ่นพ่อได้ดูรุ่นโกคูเป็นเด็กไปจนถึงตอนวัยรุ่น ส่วนรุ่นลูกก็ได้ดูต่อในภาคที่โกคูแต่งงานมีลูกมีหลานต่อเนื่องกันไปเลยนั่นเอง

ก็จบกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะคะกับ อนิเมะในอดีตที่คนรุ่นพ่อแม่ยังอยู่จัก แต่จริงๆ แล้วก็น่าจะต้องแอบเสริมเพิ่มอีกเล็กน้อยนะคะว่านอกจากคนรุ่นพ่อแม่จะรู้จักแล้วคนรุ่นลูกอย่างเราๆ ก็พลอยรู้จักไปด้วยเลยนะเนี่ย

สวดมนต์ทุกวันจะได้ผลลัพธ์อย่างไร

เชื่อว่าหลายคนที่สวดมนต์ทุกวัน ย่อมเห็นผลลัพธ์เป็นที่ประจักษ์แจ้งแก่ตน แต่สำหรับคนอีกหลายคนที่ยังไม่มีความสม่ำเสมอหรือใครที่ยังไม่เคยปฏิบัติอย่างจริงจังอาจจะเป็นเพราะมีคำถามค้างคาใจว่าสวดมนต์แล้วจะได้ผลลัพธ์ที่ดีอย่างไรเห็นผลได้จริงหรือ การสวดมนต์ เป็นการกล่าวคำศักดิ์สิทธิ์นั่นก็คือการสรรเสริญพระพุทธคุณพระธรรมคุณพระสังฆคุณ รวมถึงมนต์ของพระพุทธเจ้า ในสมัยพระพุทธกาลยังไม่มีการสวดมนต์เหมือนเช่นทุกวันนี้ หากแต่เป็นการฟังธรรมจากพระพุทธเจ้าโดยตรง เหล่าสาวก หรือพระสงฆ์ในสมัยนั้นก็จะแบ่งกลุ่มการจดจำพระพุทธวจนะของพระพุทธเจ้าซึ่งก็เป็นที่มาของบทสวดมนต์ในปัจจุบันนี่เอง

ในส่วนของพุทธศาสนิกชนถือว่าการสวดมนต์เป็นหน้าที่ที่พึงปฏิบัติสืบต่อกันมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล เพื่อใช้เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจและเป็นเรื่องสำคัญของชีวิต เป็นการฝึกให้มีสติมีจิตตั้งมั่นอยู่กับบทที่สวดเพราะเวลาสวดมนต์ด้วยความตั้งใจ เราจะต้องใช้ประสาทสัมผัส ตาดูหูฟังปากพูดเพื่อให้เกิดสมาธิเกิดความสงบและเกิดปัญญา

  • สวดมนต์เราได้บุญจริงหรือ

การสะสมบุญ ไม่ใช่จะสามารถทำได้เพียงแค่การทำบุญทำทานหรือบริจาคเท่านั้นแต่บุญ ที่ไม่ได้เกิดขึ้นจากการให้ทานหรือที่เรียกกันว่าทานมัย โดยบริจาคเงินทองสิ่งของที่ให้ออกไป เพียงอย่างเดียวเท่านั้น เพราะบุญในพระพุทธศาสนาจะต้องเป็นการทำเพื่อหวังผลอันจะมีต่อผู้อื่น ไม่ใช่ทำเพื่อตนเองจะได้อะไรกลับคืนมา บุญเกิดขึ้น ได้จากสินและภาวนาซึ่งการสวดมนต์และการนั่งสมาธิก็ถือเป็นการทำบุญ โดยไม่ต้องเสียเงินเสียทอง

  • สวดมนต์ยังไงถึงจะได้บุญจริง

การสวดมนต์ควรมี จิตใจจดจ่ออยู่กับบทสวดมนต์โดยไม่ต้องไปสนใจเรื่องว่าจะได้บุญกลับมาให้มากนักเพราะคนเดียวนี้มีความทุกข์มากจนอยากได้บุญมากจนเกินเหตุทำให้เราปฏิบัติบางเรื่องเพราะเราอยากได้บุญโดยที่ไม่สน ว่าสิ่งที่เราทำออกมาจากใจจริงของเรา โดยไม่หวังผลตอบแทนหรือไม่ ซึ่งการสวดมนต์ให้ได้บุญโดยตรงนั้นจะต้องอาศัยความสงบ ทั้งกายวาจาใจและจิต โดยต้องมีสติสมาธิไม่ฟุ้งซ่าน จึงจะได้อานิสงส์ผลบุญโดยตรงอย่างแท้จริง การสวดมนต์ ทำให้เราได้สติ ซึ่งสิ่งนี้จะเป็นปัจจัยที่จะส่งเสริมให้เราดำเนินชีวิตได้ถูกหนทางและพบเจอแต่สิ่งที่ดีในชีวิตจึงเป็นที่มาของการประสบความสำเร็จในชีวิตนั่นเอง

  • ผลของการสวดมนต์ทุกวันเป็นอย่างไร

การสวดมนต์ทุกวันถือเป็นการสะสมบุญอย่างหนึ่งเพราะในขณะที่เราสวดมนต์จิตใจจะปราศจากกิเลสความโลภโกรธหลงทำให้เกิดเป็นบุญขึ้นมาได้นอกจากนี้แล้วยังช่วยให้จิตตั้งมั่นคลายความตึงเครียด ไม่วอกแวกฟุ้งซ่าน สุดท้ายติดจะเกิดสมาธิที่มั่นคงส่งผลต่อเรื่องการดำเนินชีวิต และเป็นที่มาของการเกิดสิ่งที่ดีในชีวิตนั่นเอง